1 หลักฮวงจุ้ยร้านอาหาร

ศาสตร์ฮวงจุ้ย ถือเป็นหนึ่งศาสตร์ที่มีความสำคัญแก่ธุรกิจมากๆ ดังที่เราจะเห็นได้จากธุรกิจต่างๆที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่มีการจัดร้าน จัดพื้นที่ให้เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยทั้งนั้น แม้ว่าจะมีบางธุรกิจ บางร้านที่สามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่คำนึงถึงหลักฮวงจุ้ยใดๆเลยก็ตาม

แต่การที่เราจะทราบไว้และทำตามเพื่อความมั่นใจ ความสบายใจในการดำเนินธุรกิจของเรา ก็หาใช่เป็นเรื่องที่ผิดแปลกอะไรครับ ในวันนี้ผมก็เลยเอาหลักฮวงจุ้ยเล็กๆน้อยสำหรับร้านอาหารมาฝากกันครับเพื่อท่านผู้อ่านที่เปิดร้านอาหาร หรือกำลังจะเปิดจะได้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร้านของตนเองครับ ก็ว่ากันด้วยหลักฮวงจุ้ยร้านอาหาร อย่างแรกเลยนะครับ

ซึ่งก็คือ เรื่องของการโชว์สิ่งที่เราขายไว้หน้าร้าน คือหมายถึงว่าถ้าร้านอาหารเราขายอาหารประเภทใดก็ควรที่จะมีอาหารนั้นๆโชว์ไว้หน้าร้าน เพื่อว่ากันว่ามันจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ร้านของเรานั้นขายดี มีลูกค้าเยอะครับ ยกตัวอย่างเช่น ที่เราเห็นกันบ่อยก็คือ ร้านข้าวมันไก่ และร้านข้าวหมูแดงน่ะครับ ซึ่งเขาก็จะมีการนำเอาไก่, หมูแดง ใส่ตู้กระจกใสๆตั้งวางไว้หน้าร้าน


ส่วนหลักต่อมาก็คือ เรื่องของตำแหน่งป้ายร้าน คือจะเป็นป้ายในลักษณะของป้ายชื่อร้าน หรือป้ายบ่งบอกว่าร้านเราขายอาหารอะไร ประเภทใดน่ะครับ เราจะต้องมีการจัดให้ป้ายนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ในทางฮวงจุ้ยเขาเรียกว่า ตัดมังกรซึ่งในทางธุรกิจก็หมายถึง ต้องอยู่ในตำแหน่งที่คนทั่วไปที่ผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนหรือสะดุดสายตาน่ะครับประมาณว่าหันมามองปุ๊บรู้ได้ทันทีเลยว่าร้านนี้ชื่อร้านอะไร ขายอะไร

ส่วนอีกหนึ่งหลักที่นำมาฝากกันก็คือ เรื่องของการจัดตั้งวางโต๊ะสำหรับคิดเงิน หรือแคชเชียร์ ที่ควรจะต้องมีการตั้งวางในลักษณะทำมุมกับประตูหน้าร้าน เพราะความเชื่อในทางฮวงจุ้ยเขาบอกว่ามันจะเป็นเสมือนการดักเงิน ดักทอง ให้เข้ามาในร้านครับ



0 ลูกค้าร้องเรียน เรื่อง รสชาติอาหาร

หัวใจของการทำร้านอาหารก็คือ "รสชาติอาหาร" เรื่องนี้ ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่การที่จะทำให้รสชาติอาหารที่เราทำนั้นออกมาถูกใจ โดนใจลูกค้าที่มาทานทุกคนนี้สิ ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำกันได้ง่ายๆเลย เพราะต่อให้รสชาติอาหารที่เราทำออกมานั้นสุดแสนเลิศหรูและอร่อยถูกปากใครมากมายหลายคนแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องมีอย่างน้อยๆสักคนอยู่ดีที่ไม่ถูกใจในรสชาติอาหารเรา ทั้งก็อาจจะด้วยความที่เขาเคยชินกับรสชาติอาหารอีกแบบ อีกสไตล์ อะไรอย่างนั้นน่ะครับ


ร้านอาหารหลายๆร้านจึงต้องประสบพบเจอกับปัญหา การร้อนเรียนเรื่องรสชาติอาหารจากลูกค้า ซึ่งเจ้าของร้านอาหารบางร้านที่ได้เจอก็ถึงกับเครียด จนส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจความมั่นใจในการทำอาหารเลยก็มี ฉะนั้นในวันนี้เราจึงควรมาดูกันสักหน่อยครับว่า เราจะมีวิธีการจัดการอย่างไรถ้าหากเจอลูกค้ามาร้องเรียนเรื่องรสชาติอาหารของเรา ในทำนองที่ว่า รสชาติอาหารไม่ได้เรื่อง ไม่อร่อยถูกปากเลย คือสิ่งแรกเลยที่ต้องทำแม้มันจะทำได้ยากสักหน่อยในกรณีที่ลูกค้าร้องเรียนมาด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ก็คือ การรับฟังการร้องเรียนเหล่านั้นด้วยท่าทีที่อ่อนโยน หรือสุภาพ โดยไม่โต้เถียงใดๆครับ


จากนั้นหากว่าการพูดจาร้องเรียนเรื่องรสชาติอาหารนั้นๆของลูกค้า ยังทำให้เราไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะสาเหตุใดรสชาติอาหารถึงไม่ถูกปากเขา ก็ให้เราสอบถามต่อไปแบบสุภาพๆประมาณว่า แล้วลูกค้าต้องการรสชาติประมาณไหน คราวหน้าทางร้านเราจะได้ปรุงให้ถูกต้อง อะไรแบบนี้น่ะครับ


ส่วนถ้าหากว่าเข้าใจได้แล้วว่าทำไมลูกค้าเขาถึงไม่ถูกใจในรสชาติอาหาร หรือลูกค้าเขาต้องการแบบไหน ก็ให้เรากล่าวขอบคุณสำหรับการร้องเรียนครั้งนั้นๆของลูกค้าครับ ที่เหลือก็แค่นำเอาไปปรับปรุงรสชาติของเราต่อไปครับ อ่อ แล้วก็อาจจะมีการบอกกล่าวลูกค้าคนนั้นที่ร้องเรียนเรื่องรสชาติอาหารเราไปว่า หากคราวหน้ามาทานอีกให้สั่งได้ว่าต้องการรสชาติแบบไหน เช่น ต้องการเผ็ดๆ หรือหวานๆ อะไรแบบนี้ด้วยก็ได้นะครับ เพื่อที่เราจะได้ทำอาหารได้ออกมาถูกใจเขามากที่สุดครับ



1 เทคนิคการเปิดร้านอาหารให้ได้กำไร

การจะเปิดร้านอาหารสักร้านไม่ใช่เรื่องยากอะไร ตรงกันข้ามเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่ายมากด้วยละครับ เพราะเพียงแค่เราทำอาหารเป็น หรือมีแหล่งสำหรับรับอาหารมา และมีสถานที่ เท่านี้ก็เปิดได้แล้วแต่การที่จะเปิดขึ้นมาแล้วให้มีกำไร ขายดิบขายดีนี้สิ เป็นอะไรที่ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลยครับ ฉะนั้นผมจึงได้นำเอาเทคนิคต่างๆในการเปิดร้านอาหารแบบให้ได้กำไรมาฝากกันครับ

0 การตกแต่งทางเข้าร้านอาหาร

  ธุรกิจร้านอาหารทุกวันนี้ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก อาจจะด้วยความที่หลายๆคนเห็นว่าธุรกิจประเภทนี้กำไรดี ก็เลยพากันเทมาเปิดกันเต็มไปหมด ทั้งร้านขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็ตาม ทำให้มือใหม่ที่จะเข้ามาสู่เส้นทางสายธุรกิจร้านอาหารนั้นต้องเจอกับความยากลำบากในการแข่งขัน หรือการดำเนินธุรกิจมาก
คือเรียกได้ว่า หากไม่มีการเตรียมตัวมาให้ดีหรือมีการมองข้ามเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปนั้น ก็เตรียมตัวล้มเหลวได้เลยน่ะครับ สำหรับบทความในวันนี้ก็เลยคิดว่าจะนำเอาอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากๆกับร้านอาหารมากล่าวถึงกัน เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังจะเปิดร้านอาหารแม้เพียงสักเล็กน้อยก็ยังดีครับ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยครับ
 ก็คือผมจะมากล่าวแนะนำการตกแต่งทางเข้าร้านอาหารครับ แต่ก่อนอื่นที่จะไปกล่าวว่าจะมีหลักการแต่ง หรือข้อควรคำนึงอย่างไรนั้น ก็ขออธิบายก่อนนะครับว่าทางเข้านั้นสำคัญอย่างไร ทำไมเราจะต้องไปตกแต่งมัน 
เพราะหลายๆคนมักจะมองข้ามไป และไปให้ความสำคัญกับการตกแต่งเฉพาะในร้านอย่างเดียวเท่านั้น ก็คือว่า ทางเข้านั้นมันเป็นจุดแรกที่ลูกค้าเขาพบเห็น และใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเข้ามาสั่งอาหาร หรือซื้ออาหารร้านเราไปทานหรือไม่ 
เพราะลูกค้า หรือผู้คนที่เขายังไม่ได้เข้ามาทานนั้น เขาไม่มีทางเห็นการตกแต่งภายในร้านเราอยู่แล้วครับ เขาจึงไม่ได้เอาในการตกแต่งมาภายในร้านมาตัดสินใจเป็นอันดับแรกว่าจะเข้ามาร้านเราหรือไม่ ทีนี้ก็มาดูกันเลยว่าเราจะตกแต่งทางเข้าอย่างไร

 คือ สิ่งแรกเลยเราต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเดินเข้าร้าน ทางเดินเข้าร้านต้องไม่คับแคบเกินไป และไม่มีอะไรวางขวางระเกะระกะเด็ดขาดเลยน่ะครับ
 ส่วนสิ่งต่อมาที่ต้องคำนึงถึงก็คือ เรื่องของความสบายตา ความร่มรื่นตา ประมาณว่าถ้าจะมีการตกแต่งใดๆ เช่น ป้ายร้าน ป้ายโฆษณาใดๆตรงทางเข้าก็เอาแค่พอประมาณให้ลูกค้าที่จะเขามาร้านเขาได้มองดูด้วยความสบายตา

 และที่สำคัญก็ควรจะต้องมีการตกแต่งด้วยต้นไม้บ้าง เพราะสีเขียวๆของต้นไม้นั้นจะช่วยเพิ่มความสบายตาให้ลูกค้าที่กำลังจะเข้ามาในร้านครับ

0 Food Cost บริหารต้นทุนร้านอาหาร

Food Cost หรือ การบริหารต้นทุนร้านอาหาร หลายๆคนที่เปิดกิจการร้านอาหารมักไม่คำนึงถึงต้นทุนเท่าใหร่นัก เช่น ข้าวผัดปู 1 จานต้นทุนเท่าไหร่ หลายๆท่านอาจจะชำนาญในการปรุงอาหารโดยใช้ความรู้สึกนึกคิดเป็นเกรณ์ ทำให้ตอบลำบากว่าข้าวผัดปู 1 จานกำไรเท่าไหร่ โดยที่ส่วนใหญ่จะเน้นพุ่งเป้าไปที่จำนวนและยอดขายเพื่อให้ได้ผลของกำไรประกอบการ Food Cost คือ การกำหนดมาตรฐานในการควบคุมต้นทุนอาหารในแต่ละจาน ที่ขายไปออกไป และเป็นตัวกำหนดในการใช้วัตถุดิบ กำหนดมาตรฐานการปรุงเพื่อควบคุมรสชาติ การกำหนดเวลาในการปรุงอาหาร รวมไปถึงการควบคุมจำนวนหรือขนาดและปริมาณในจานที่เสิร์ฟได้
ข้าวผัดปู

อย่างเช่น ข้าว 10 บาท ไข่ 5 บาท เนื้อปู 15 บาท เครื่องปรุง 5 บาท ใส่จานเล็กขายเท่าไหร่ จานใหญ่ขายเท่าไหร่และกำไรต่อจานเท่าไหร่ และนี่จะทำให้สูตรทำอาหารเป็นไปตามมาตรฐาน เราจะสามารถควมคุมได้ทั้งหมด ดังนั้นการทำสูตรอาหารให้ได้มารตฐานนั้นมีความสำคัญอย่างมากและเราซึ่งเป็นผู้ประกอบต้องทำความเข้าใจและใส่ใจมากยิ่งขึ้น


ในการควบคุมต้นทุนหรือบริหารต้นทุนร้านอาหาร ควรกำหนดให้เป็นแนวทางปฎิบัติ(ตัวอย่าง)

ต้นทุนอาหาร ( Food Cost ) ตั้งไว้ที่ประมาณ 25-35% หรือต่ำกว่านี้

ต้นทุนแรงงาน ( Labor Cost ) ควรตั้งอยู่ทีระหว่าง 15-25%

ต้นทุนคงที่ หรือ ค่าเช่าที่ ( Fixed Cost ) ควรตั้งไว้ที่ 15-20%

ต้นทุนผันแปร ( Variable Cost ) ควรตั้งไว้ที่ 10-15%

โดยหลักๆมีอยู่ประมาณนี้ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย ควรตั้งตามความเหมาะสม เช่น ค่าโฆษณา, ไฟฟ้า, น้ำประปา, การซ่อมบำรุง และอื่นๆ

Food Cost เรื่องที่ต้องระวังมี 2 เรื่องคือ ต้นทุนร้านอาหาร และ ค่าแรงพนักงาน